บทความการประเมินสภาพจริงครั้งที่ 3


การประเมินตามสภาพจริง

การประเมินผลตามสภาพจริง เป็นการเอื้อต่อการเรียนการสอนที่เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง มากกว่าครูเป็นผู้บอกความรู้ โดยครูจะเป็นเพียงผู้ชี้แนะว่าควรจัดเนื้อหาสาระอย่างไร นักเรียนจะเรียนรู้จากการกระทำมากขึ้น มีความสนใจในบทเรียนมากขึ้น การบ่งชี้ความสามารถที่แท้จริงของผู้เรียนไม่ใช่การทำข้อสอบได้คะแนนสูงเท่านั้น ดังนั้นการประเมินผลจากสภาพจริงจะแสดงให้เห็นว่านักเรียนทำอะไรได้มากกว่าจะบอกว่านักเรียนรู้อะไร เป็นการผสมผสานให้กิจกรรมการเรียนรู้และการประเมินผลดำเนินไปพร้อมๆกัน ไม่แยกเป็นส่วนๆ โดยทั่วไปครูมักจะมองภาพการสอน การเรียนรู้ของนักเรียน และการประเมินผล เป็นงานที่แยกออกจากกันโดยครูเป็นผู้ให้ความรู้และข้อมูลต่างๆ พอเห็นว่านักเรียนเกิดการเรียนรู้แล้วจึงทำการประเมินผลโดยใช้วิธีที่เรียกว่าการสอบ ทำให้นักเรียนมีความวิตกกังวล ไม่มีความสุขในการเรียน  เพราะการสอบเป็นการเน้นการจับผิดหาจุดด้อยของผู้เรียนในขณะที่เจตนาที่แท้จริงของการประเมินผลคือช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนเพื่อเสริมสร้างผู้เรียนให้พัฒนาเมศักยภาพ ดังนั้นการประเมินผลการเรียนรู้และการสอนจึงมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดและเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน (รัตนา ธนธนานนท์. 2542:34)
ความหมายการประเมินผลจากสภาพจริง
สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (2540:6) กล่าวว่า การประเมินผลจากสภาพจริงหมายถึง การประเมินผลโดยเน้นการปฏิบัติจริง เป็นการประเมินการกระทำการแสดงออกหลายๆด้านของนักเรียนตามสภาพความเป็นจริงทั้งในและนอกห้องเรียน
กรมวิชาการ (2540 : 6) กล่าวว่า การประเมินผลจากสภาพจริง หมายถึง กระบวนการสังเกต การบันทึก และการรวบรวมข้อมูลจากงานและวิธีการที่นักเรียนทำ เพื่อเป็นพื้นฐานของการตัดสินใจในการศึกษาผลกระทบต่อเด็ก ไม่เน้นการประเมินผลเฉพาะทักษะพื้นฐานแต่จะเน้นการคิดที่ซับซ้อนในการทำงานของนักเรียน ความสามารถในการแก้ปัญหาและการแสดงออกที่เกิดจากสภาพจริงในการเรียนการสอนที่เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง เป็นผู้ค้นพบและผู้ผลิตความรู้ นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติจริงรวมทั้งเน้นพัฒนาการการเรียนรู้ของนักเรียน
บุญชม ศรีสะอาด (2540:113) กล่าวว่า การประเมินผลจากสภาพจริง (Authentic Assessment) ทุกแบบเป็นการวัดผลภาคปฏิบัติ การวัดผลตามสภาพจริงเป็นการวัดผลที่กำหนดให้นักเรียนได้แสดงถึงกระบวนการความสามารถในการปฏิบัติจริง
สุวิทย์ มูลคำ (2541:4) ได้ให้ความหมายไว้ว่า การประเมินผลตามสภาพที่แท้จริง หมายถึง การวัดและการประเมินผลกระบวนการทำงานในด้านสมองหรือการคิดและจิตใจของผู้เรียนอย่างตรงไปตรงมาตามสิ่งที่ผู้เรียนกระทำโดยพยายามตอบคำถามว่าผู้เรียนทำอย่างไรและทำไมจึงเป็นเช่นนั้น การได้ข้อมูลว่า เขาทำอย่างไรและ ทำไมจะช่วยให้ผู้สอนได้ช่วยผู้เรียนพัฒนาการเรียนของผู้เรียนและการสอนของผู้สอน ทำให้การเรียนการสอนมีความหมายและทำให้เกิดความอยากในการเรียนรู้
สรุปได้ว่า การประเมินผลจากสภาพจริง หมายถึง กระบวนการวัด เป็นการประเมินผลเพื่อดูความก้าวหน้า และพัฒนาการของผู้เรียนตามความสามารถที่ได้ปฏิบัติจริงทั้งในและนอกห้องเรียนด้วยวิธีการที่หลากหลายและเป็นระบบ โดยอาศัยการสังเกต การสัมภาษณ์ การบันทึกและเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่ผู้เรียนอยู่กับครู เป็นกิจกรรมที่สอดแทรกในสภาพการเรียนการสอนในชีวิตประจำวันที่เน้นให้นักเรียนเป็นศูนย์กลาง เป็นผู้ค้นพบความรู้และมีโอกาสได้ฝึกปฏิบัติจริง
การประเมินผลจากสภาพจริงจึงสะท้อนให้เห็นพัฒนาการและความก้าวหน้าของผู้เรียนได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยลดภาระงานของครู ทำให้การจัดการเรียนการสอนดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องเหมาะสมกลมกลืนกับการจัดการเรียนการสอนที่เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง
แนวคิดและหลักการประเมินผลจากสภาพจริง
มีแนวคิดและหลักการประเมินที่อยู่บนรากฐานของทฤษฎีพฤติกรรมการเรียนรู้ พัฒนาการ บริบททางวัฒนธรรมและสังคม ตลอดจนคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ตอบสนองความต้องการและเสริมสร้างศักยภาพของผู้เรียนอย่างเต็มที่ การประเมินผลจากสภาพจริงและการพัฒนาหลักสูตรจะต้องจัดทำให้ส่งเสริมซึ่งกันและกัน การเรียนการสอนและการประเมินผลต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา
ประโยชน์ของการประเมินตามสภาพจริง
                เอกรินทร์ สี่มหาศาล (2546 : 30-31) ได้กล่าวถึงประโยชน์ของการประเมินผลตามสภาพจริงไว้ดังนี้
                1. เป็นการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้มีโอกาสเรียนรู้วิธีการประเมินคุณค่าผลงานของตนเองทำให้ผู้เรียนเข้าใจและรู้จักตนเองมากขึ้นตามหลักการวัดประเมินตนเอง
                2. เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ทำงานร่วมกันในการพัฒนาทักษะการเรียน ทักษะวิชาการ ทักษะสังคม การฝึกฝนกระบวนการคิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ และการปฏิบัติงานอย่างที่มีความหมายต่อการเสริมสร้างทักษะชีวิตและการทำงาน
                3. ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการวางแผนเรียนรู้และพัฒนาการเรียนการสอนร่วมกับผู้สอน และมีโอกาสซ่อมเสริมปรับปรุงผลการเรียนรู้ของตนเองตลอดเวลา
                4. เปิดโอกาสให้ผู้เรียนนำเสนอผลงานที่ดีของตนในบรรยากาศที่ไม่เคร่งเครียดสามารถเพิ่มแรงจูงใจทางการเรียนของผู้เรียนให้สูงขึ้น เพราะได้รับทราบผลย้อนกลับคำแนะนำ หรือคำชมเชยจากผู้สอนและเพื่อนๆ
                5. ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ตามความแตกต่างของผู้เรียนแต่ละคนได้อย่างแท้จริงช่วยให้ผู้เรียนมองเห็นแนวทางการตัดสินใจเลือกแผนการเรียนที่ตนถนัด
                6. ก่อให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการจัดการศึกษาของสถานศึกษา เช่น ผู้เรียน ครู ผู้ปกครอง ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้มีอุปการคุณต่อโรงเรียน
                7. เป็นวิธีการวัดโดยสังเกตจากหลักฐานที่แสดงความพยายามของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง จนเกิดพัฒนาการ ความก้าวหน้า และความสำเร็จของผู้เรียนแต่ละคนในแต่ละช่วงชั้นของหลักสูตร
                8. เป็นวิธีการวัดที่มีความเที่ยงตรงสูง เพราะสามารถประเมินความสามารถด้านต่างๆ และคุณลักษณะของผู้เรียนแต่ละคนได้ตรงสภาพที่แท้จริง
                9. ข้อมูลจากการวัดทั้งก่อนเรียน ระหว่างเรียน และเมื่อสิ้นสุดการเรียนการสอนช่วยส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการสอนของผู้สอนตามเกณฑ์วิชาชีพครู และเป็นฐานข้อมูลสำหรับใช้ประกอบการประชุมนิเทศภายในหมวด ฝ่าย กิจกรรม และโครงการต่างๆ ที่จัดขึ้นตามเป้าหมายของหลักสูตรสถานศึกษา
                จากการศึกษาพบว่าประโยชน์จากการประเมินตามสภาพจริงช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเอง มีความกล้าแสดงออก มีสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่นจากการทำงานร่วมกัน ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ตามความแตกต่างของผู้เรียนแต่ละคนได้อย่างแท้จริง และเป็นการวัดที่มีความเที่ยงตรงเชื่อถือได้อีกด้วย
สรุปได้ว่า การประเมินผลตามสภาพจริงมีความสำคัญต่อเด็ก เพราะเป็นการประเมินที่กระทำควบคู่ไปกับกระบวนการจัดการเรียนการสอนในการสรุปความรู้ความสามารถ และทักษะในเรื่องต่างๆ โดยใช้เรื่องราวเหตุการณ์ สภาพจริงที่ประสบอยู่ในชีวิตประจำวัน เป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงออก กระทำ และเน้นการปฏิบัติจริงที่แสดงให้เห็นว่าเด็กมีความรู้ ความสามารถ ทักษะ และพัฒนาการได้ครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา โดยผลของการประเมินช่วยให้ครูทราบ เข้าใจ และตระหนักถึงพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กที่สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลในการติดต่อสื่อสารกับผู้ปกครองและวางแผนการจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กได้รับการส่งเสริมและพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ ให้มีความพร้อมที่จะศึกษาในระดับต่อไป  
จะเห็นได้ว่า การประเมินผลตามสภาพจริงเป็นการวัดและประเมินผลจากสภาพที่แท้จริงของนักเรียนเพราะอยู่บนพื้นฐานของเหตุการณ์ในชีวิตจริง ยึดการปฏิบัติเป็นสำคัญและสัมพันธ์กับการเรียนการสอน เน้นการพัฒนาที่ปรากฏให้เห็น ผู้เกี่ยวข้องในการประเมินหลายฝ่าย และเกิดขึ้นในทุกบริบทเท่าที่เป็นไปได้ ดังนั้นการประเมินตามสภาพจริงจึงต้องมีการสร้างเครื่องมือวัดและประเมินผลอย่างหลากหลาย ครอบคลุมความรู้ที่ควรจะได้รับ เหมาะสมกับศักยภาพของผู้เรียนและสอดคล้องกับหลักสูตรด้วย
การประเมินตามสภาพจริง ต้องมีการประเมินที่หลากหลาย และต้องให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริงมากกว่าการจำลอง



อ้างอิง
เบญจมาศ วิไล. (2544). การส่งเสริมพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อเล็กของเด็กปฐมวัยโดยใช้กิจกรรมศิลปสร้างสรรค์ประกอบการประเมินสภาพจริง. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต วิชาเอกการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
สุปราณี เพชรา. (2553). การพัฒนารูปแบบการประเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพจริง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่6 กรุงเทพมหานคร. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ความคิดเห็น